Initially, shrimp chips or crackers made by Manora were manually mixed, cooked, dried with sunshine, fried in a wok (Chinese deep frying pan) and then packed by semi-automatic packaging systems. The present whole production line was invested with Thai Baht 150 million in total to replace the old manual systems and increase production efficiency. The new system contains many automatic machines and other advanced technologies from developed countries such as, Germany, Japan, America and etc. However, we still maintain traditional ingredients and recipes with special touches and tastes.
The closed-production system can ensure the cleanliness and generates quality and constant products which made “Manora” become popular to these days. Each year the company wins the applause from many domestic and overseas clients visiting the plants.

Quality always comes first. Manora Food Industry Co., Ltd. has employed a system of Total Quality Management (TQM) to inspect every stages of the production process from selecting material to finishing ends. The concept of Hygiene which we are using, can guarantee the production effectiveness and efficiency as well. The use of high nutrition value-natural and herbal ingredients such as; pepper, garlic and etc. is our brand’s strength and it differentiates us from others. Manora Food Industry Co., Ltd. continuously develop and produce the product that meet markets requirement, we highly attempt to maximize customers’ satisfaction at the same time. And we do concern about environment and are committed to be a green company. Moreover, we intend to protect the environment for future generations as well.
Since the very first days, we have committed to serve all customers with honesty and reliability. The credibility earned in both domestic and overseas markets has contributed the growth and expansion to the company. Manora is very pleased to supply pellets to any clients. We feel honorable to give technological supports, frying and packaging, without any royalty fees. This system has been doing well in Bangladesh, China, and India.
Manora products have been known to the local and overseas markets for more than 42 years. We set up the first plant in Songkhla in 1965 before expanding the second plant in Bangkok in 1976. The third and the most modernize snack plant was established with Thai Baht 200 million inside Samutsakorn Industrial Estate in Samutsakorn in 1996. We have been accredited as one of the leading and high international standard manufacturers in Thailand.

          Manora Food Industry Co., Ltd. has achieved a number of local and international manufacturing and exporting standards and has been awarded with the following certificates.
• Good Manufacturing Practices Certificate (GMP) by Department of Fisheries.
• Food Manufacturing Certificate by Thai Food and Drug Administration.
• Halal Certificate by Sheikhul Islam office of Thailand.
• Thai Trademark Logo Certificate by Ministry of Commerce.
• The Gold Medal Award in 1976 National Agricultural Fair by Ministry of Agriculture and Co-operatives.
• The 1998 Prime Minister’s Award in export category by Ministry of Commerce.
• Thailand Approval No. 3060 by Department of Fisheries.
• Hazard Analysis and Critical Control Point Certificate (HACCP) by Department of Fisheries.


  (มโนราห์) : เกี่ยวกับเรา

          บริษัทมโนห์ราอุตสาหกรรมอาหาร จำกัด ได้จดทะเบียนตั้งเป็นนิติบุคคลโดยทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท เมื่อปี พ.ศ. 2539 โดยจดทะเบียนที่สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร มีกลุ่มตระกูล “วังวิวัฒน์” นำโดยนายอภิวัฒน์ วังวิวัฒน์ เป็นผู้นำการบริหาร โดยพัฒนาจากธุรกิจครอบครัวขนาดเล็ก มาเป็นโรงงานอุตสาหกรรมผลิตอาหารการเกษตรเพื่อส่งออก ขายต่างประเทศ เช่น ในประเทศในเอเชีย ยุโรป และอเมริกา เป็นต้น เป็นบริษัทฯ หนึ่งที่มีวิสัยทัศน์ก้าวไกลมีการพัฒนาอย่างเป็นระบบ ทั้งระบบการเงิน การบัญชี การตลาด การบริหาร เป็นต้น นับเป็นความน่าภาคภูมิใจของธุรกิจของคนไทยคนหนึ่งที่จะเป็นบทเรียนนำมาวิเคราะห์ศึกษาความเป็นไปได้ดังจะกล่าวในธุรกิจโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูป

          เป็นเวลากว่า 30 ปี ที่บริษัท มโนห์ราอุตสาหกรรมอาหาร จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตข้าวเกรียบเช่น ข้าวเกรียบกุ้ง ข้าวเกรียบปู ข้าวเกรียบปลา ข้าวเกรียบฟักทอง ข้าวเกรียบเผือก และขนมคบเคี้ยวชนิดต่าง ๆ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ใช้ชื่อ “ในนามข้าวเกรียบสงขลา” เริ่มแรกผลิตในรูปอุตสาหกรรมในครัวเรือนโดยผลิตข้าวเกรียบที่มีคุณภาพ จากยอดจำหน่ายที่สูงขึ้น เป็นที่นิยมของผู้บริโภค จนมีผู้ลอกเลียนและใช้ชื่อข้าวเกรียบสงขลา ด้วยเหตุนี้ทางบริษัทฯจึงเปลี่ยนชื่อมาใช้ชื่อ “มโนห์รา” โดยได้รับความอนุเคราะห์จากกองออกแบบ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
ในปี 2508 ตั้งโรงงานที่จังหวัดสงขลา
ในปี 2519 ขยายโรงงานแห่งที่สองมายังกรุงเทพมหานคร
ในปี 2539 ก่อตั้งโรงงานใหญ่ ณ นิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร
ด้วยทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท ตั้งอยู่เลขที่ 1/90 นิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร ถนน พระราม 2 อำเภอ เมือง จังหวัดสมุทรสาคร
ในปี 2541 ได้รับรางวัล Prime Minister’s Export Award
ในปี 2542 เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 65 ล้านบาท
ได้รับรางวัล Thailand Brand และ
Prime Minister’s Industry Award
ในปี 2543 ก่อตั้งบริษัท มโนห์รามาร์เก็ตติ้ง จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท
ในปี 2544 เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 120 ล้านบาท

          ในรอบ 30 ปีที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้ขยายจากการผลิตแบบอุตสาหกรรมในครัวเรือนใช้แรงงานเป็นส่วนใหญ่ขายเฉพาะในประเทศ มาเป็นการผลิตแบบอุตสาหกรรมใช้เครื่องจักรที่ทันสมัย เข้าสู่ระบบการค้าระหว่างประเทศโดยยึดมาตรฐานแต่ละประเทศที่เป็นคู่ค้าเป็นผู้กำหนดมาตรฐานการค้า เป็นต้น
คุณอภิวัฒน์ วังวิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการบริษัทมโนห์ราอุตสาหกรรมอาหาร จำกัด ได้เป็นผู้ริเริ่ม ก่อตั้งบริษัทฯแห่งใหม่ด้วยเงินลงทุน ประมาณ 200 ล้านบาท ตลอดเวลา 30 ปีเป็นต้นมา บริษัทฯมีความซื่อสัตย์ มีความรับผิดชอบต่อลูกค้า ทั้งในด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์และการบริการ ทำให้ลูกค้ามีความเชื่อถือ และให้การสนับสนุนผลิตภัณฑ์มโนห์ราด้วยดีทำให้บริษัทประสบความสำเร็จในต่างประเทศเป็นที่เชื่อถืออย่างดียิ่ง ทำให้บริษัทฯ มียอดส่งออกเพิ่มขึ้นด้วย เป็นการเผยแพร่สินค้าไทย อาหารไทยให้ชาวโลกรู้จักดีขึ้น
บริษัทฯมีความรับผิดชอบเป็นอย่างสูง ที่จะผลิตแต่ผลิตภัณฑ์ ที่มีคุณภาพ ดังนั้นวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต จึงเน้นเป็นพิเศษ ผ่านการตรวจคุณภาพอย่างละเอียดทุกขั้นตอนเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดีสม่ำเสมอ มีการใช้วัตถุดิบภายในประเทศเป็นหลัก มีการพัฒนาการผลิตตลอดเวลาเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มสูงขึ้น จึงได้พัฒนาเครื่องจักรในการผลิต ปัจจุบันบริษัทฯ มีโรงงานผลิตที่ทันสมัยและได้นำเครื่องจักรที่ทันสมัยมีมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท เพื่อผลิตสินค้าสนองความต้องการของลูกค้าในแง่คุณภาพและปริมาณ

          บริษัทฯ ได้มุ่งเน้นการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ตั้งแต่เริ่มต้นทำการผลิตจนถึงผลิตสำเร็จแล้วก่อนบรรจุหีบห่อหรือก่อนก่อนส่งมอบ เพื่อตอบสนองความต้องการ ความพึงพอใจของลูกค้า จะเห็นได้ว่าจากการเจริญเติบโตของบริษัทฯ ที่ผ่านมา ถึงแม้ผลิตภัณฑ์ไม่มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ตามสื่อต่างๆ มากนัก แต่ด้วยมาตรฐานคุณภาพและรสชาติที่อร่อย มีคุณค่าทางโภชนาการ ทำให้ยอดขายของบริษัทฯได้เพิ่มสูงขึ้นทุกปี จากการที่ประสบความสำเร็จจากยอดขายภายในประเทศที่เพิ่มขึ้นและเติบโตอยู่ในอันดับต้นๆ ของอาหารประเภทขบเคี้ยวแล้ว นอกจากนี้บริษัทยังได้มุ่งเน้นการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศจนได้รับรางวัลการส่งออกดีเด่นจากกรมส่งเสริมการส่งออก เป็นเครื่องยืนยัน ซึ่งปริมาณการส่งออกปัจจุบันอยู่ที่ 25 % ของกำลังการผลิตทั้งหมดซึ่งในอนาคตบริษัท มีเป้าหมายการส่งออกเป็น 50 % (มูลค่าทางการตลาดประมาณ 200 ล้านบาทต่อปี ) สำหรับตลาดต่างประเทศที่สำคัญ ได้แก่ ญี่ปุ่น, จีน, ฮ่องกง, บังคลาเทศ, อังกฤษ, อินเดีย, อเมริกา เป็นต้น

          จากความพยายามและความมุ่งมั่นด้วยความตั้งใจที่แน่วแน่ของคุณอภิวัฒน์ วังวิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ ที่จะนำบริษัทเข้าสู่ระบบมาตรฐานสากล เพื่อลดการกีดกันทางการค้า และเพื่อสร้างโอกาสในการขยายตลาดเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกในปี 2550 บริษัทฯยังได้เห็นความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของตัวบุคคลในองค์กรอย่างต่อเนื่อง พนักงานทุกคนของบริษัทฯ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 350 คน (ทั้งพนักงานที่บรรจุแล้วและพนักงานชั่วคราว) จะต้องมีโอกาสได้รับการฝึกอบรมจากหน่อยงานภายในเองและภายนอกองค์กรเพื่อที่จะ ได้นำความรู้ความสามารถ วิทยาการใหม่ๆ เข้ามาพัฒนาองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งบริษัทถือว่าทรัพยากรบุคคลคือฟันเฟื่องที่สำคัญของโรงงานในการบริหารงานยุคปัจจุบัน